พระบรมฯเสด็จ พิธีขุนพันธ์ฝูงชนแห่รับวัตถุมงคล
ญาติตกแต่งเมรุสุดอลังการ!เตือนแก๊งต้มตุ๋นว่อนเมืองคอน
พิธีพระราชทานเพลิงศพ "พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช" วันนี้ สมเด็จพระบรมฯ เสด็จฯเป็นประธาน ล่าสุดมีการตบแต่งเมรุจนถึงนาทีสุดท้าย ปิดกั้นบริเวณงานห้ามบุคคลภายนอกเข้าออก ตร.-ตชด.-ทหาร รปภ.เข้ม พร้อมเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดคอยตรวจตราบริเวณงาน ลูกชายยันเตรียมวัตถุมงคลรูปพ่อไว้แจกในงานศพเพียงพอ แฉมีการปั่นราคาวัตถุมงคลที่จะแจกในงาน ระบุมีแก๊งมิจฉาชีพตุ๋นขายคูปองรับวัตถุมงคลใบละ 99 บาท
เมื่อวันที่ 20 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจัดเตรียมงานพิธีพระราชทานเพลิงศพ พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช อดีตนายตำรวจมือปราบจอมขมังเวทย์ ชาวนครศรีธรรมราช ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 22 ก.พ. โดยมีสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นประธานในพิธี ซึ่งเป็นพระมหากรุณาธิคุณกับครอบครัวพันธรักษ์ราชเดช และชาวนครศรีธรรมราช ที่ให้ความเคารพนับถือ พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช โดยที่บริเวณลานหน้าศาลา 100 ปี วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร มีการก่อสร้างพลับพลาที่ประทับชั่วคราวอย่างสวยงาม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ในส่วนเมรุชั่วคราวนั้นได้มีการประกอบเมรุ เพื่อใช้เป็นที่พระราชทานเพลิงร่างของพล.ต.ต.ขุนพันธ์ อย่างสวยงามเช่นกัน และอยู่ในระหว่างการตกแต่งเพิ่มเติมตามลำดับจนกว่าจะถึงเวลาเคลื่อนศพของพล.ต.ต.ขุนพันธ์ลงมาจากศาลา 100 ปี มาตั้งบนเมรุชั่วคราวตามกำหนดของกองพระราชพิธีสำนักพระราชวัง ในบริเวณลานจัดพิธีมีการรักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ.เมืองนครศรีธรรมราช, สห.จาก มทบ.41 ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 42 พร้อมเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดคอยตรวจตราในบริเวณงาน และปิดกั้นบริเวณก่อสร้างไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าออกอย่างเด็ดขาด
สำหรับพล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช เป็นอดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรเขต 8 ถึงแก่อนิจกรรมด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ 5 ก.ค.49 ด้วยอายุ 108 ปี เป็นนายตำรวจชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักและยอมรับของคนในภาคใต้ ในด้านการปราบปรามโจรผู้ร้าย จนเป็นที่เกรงกลัวของขุนโจรภาคใต้ในสมัยนั้น นอกจากนี้พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช ยังได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่สนใจในด้านประวัติศาสตร์ คติชนวิทยา และไสยศาสตร์เป็นพิเศษ โดยเฉพาะในเรื่องของการเป็นเจ้าพิธีกรรมต่างๆ และเป็นเจ้าพิธีกรรมหลักในการจัดสร้างหลักเมืองนครศรีธรรมราช และเป็นผู้ที่เปิดเผยในเรื่องราวขององค์จตุคามรามเทพ จนเป็นที่เคารพศรัทธาของมหาชนทั่วประเทศ
ในส่วนการจัดงานนั้นมีกระแสความต้องการวัตถุมงคลของ พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช จำนวนมาก โดยบุตรหลานได้จัดสร้างเหรียญโลหะรูปเหมือน และชนิดเนื้อผงว่าน ซึ่งส่วนหนึ่งนายณสรรค์ พันธรักษ์ราชเดช บุตรชายคนโตของ พล.ต.ต.ขุนพันธ์ จัดสร้างและส่งมอบให้กับโรงพยาบาล โรงเรียนต่างๆ เพื่อเปิดให้ประชาชนเช่าบูชา และนำรายได้ไปทำประโยชน์สถานที่นั้นๆ ในส่วนนี้ได้มีประชาชนเฮกันไปต่อคิวจองบูชาจำนวนมาก เนื่องจากเกรงว่าในวันงานพิธีนั้นจะไม่สามารถฝ่าฝูงชน ซึ่งคาดว่าจะมีหลายหมื่นคนเข้าไปถึงบริเวณเมรุชั่วคราวได้ และความต้องการเหรียญที่ระลึกนี้ได้เพิ่มสูงขึ้นมากจนทำให้นักเก็งกำไรพระเครื่องนำเอาไปทำจำหน่ายในราคากว่า 1,500 บาท แล้ว คาดว่าเมื่อหลังเสร็จพิธีนั้นราคาเหรียญในตลาดพระเครื่องจะถีบตัวสูงขึ้นกว่านี้อีก
และเมื่อค่ำวันเดียวกันที่ศาลา 100 ปี วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร อ.เมือง นครศรีฯ ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานสวดพระอภิธรรมศพพล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช อดีตนายตำรวจมือปราบชื่อดังของภาคใต้ในวันแรก ได้มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาร่วมในการสวดพระอภิธรรม โดยมีนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีและประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์เป็นประธานในพิธีสวดพระอภิธรรม โดยบรรยากาศทั่วไปของงานได้มีการจัดเตรียมสถานที่ตั้งพลับพลาที่ประทับชั่วคราวสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ซึ่งจะเสด็จฯ มาทรงเป็นประธานในการพระราชเพลิงศพ พร้อมด้วยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ และมีการตั้งเต็นส์สีขาวเพื่อรองรับคลื่นมหาชน ที่คาดว่าจะเดินทางมาร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพจำนวนมากในวันที่ 22 ก.พ. นี้ รวมถึงการตั้งเมรุชั่วคราวเพื่อเตรียมในการพระราชทานเพลิงศพ โดยในวันที่ 21 ก.พ. จะมีการเคลื่อนย้ายศพของพล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช จากชั้นสองศาลา 100 ปี ลงมายังเมรุชั่วคราวในเวลา 15.00 น.
สำหรับการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่จะเดินทางมาร่วมงานนั้นทางพล.ต.ต.สุดใจ ญาณรัตน์ ผบก.ภ.นครศรีฯ กล่าวว่า ได้เตรียมกำลังตำรวจไว้จำนวน 4,000 นาย เพื่ออำนวยความสะดวกแก่คลื่นมหาชนที่จะเข้าร่วมงานพระราชทานเพลิงศพพล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช โดยวันที่ 21 ก.พ. เวลาประมาณ 14.00 น. จะมีการประชุมซักซ้อมและเตรียมความพร้อมครั้งสุดท้ายก่อนจะถึงวันพระราชทานเพลิงศพ
ด้านนายณสรรค์ พันธรักษ์ราชเดช บุตรชายคนโตของพล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดชกล่าวว่า ในส่วนของวัตถุมงคลหรือของที่ระลึกที่จะมอบให้กับผู้มาร่วมงานนั้นมีเพียงพอแน่นอน เพราะเตรียมไว้ถึง 60,000 ชุด และขณะนี้อยากจะฝากไปยังประชาชนว่าอย่าไปหลงเชื่อผู้แอบอ้างที่หลอกขายคูปองใบละ 99 บาท โดยบอกว่าจะต้องนำคูปองไปรับวัตถุมงคล ซึ่งไม่มีแต่อย่างใดแต่เป็นวิธีการแอบอ้างหากินของกลุ่มบุคคลบางกลุ่ม วัตถุมงคลของเราจัดเตรียมไว้แจกฟรีไม่ต้องมีคูปอง